อากาศวันนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548

.......................................

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก     พ.ศ. 2546

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษ

นักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548”

                        ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั่งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                        ข้อ 3   ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2543”

                        ข้อ 4  ในระเบียบนี้

                        “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น

                        “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติผ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

                        “การลงโทษ” หมายความว่าการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

            ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

                                    (1) ว่ากล่าวตักเตือน

                                    (2) ทำทัณฑ์บน

            (3) ตัดคะแนนความประพฤติ
            (4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

             ข้อ 6  ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษ ด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยคำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรง ของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย

            การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับพฤติกรรมตนในทางที่ดีต่อไป

            ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจการลงโทษนักเรียน นักศึกษา

            ข้อ 7  การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

            ข้อ 8  การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม สภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

                        การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

            ข้อ 9  การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของโรงเรียนหนองคูวิทยา และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

            ข้อ 10  ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

            ข้อ 11 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และ ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

            ประกาศ  ณ  วันที่  18  มกราคม   พ.ศ.  2548

 

                                    อดิศัย   โพธารามิก

                      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา  พ.ศ. 2548

..................................

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 อันแป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ์และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบด้วย มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรมมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

                ข้อ 1 นักเรียนและนักศึกษาต้องไม่ประพฤติตน  ดังต่อไปนี้

(๑.)    หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน

(๒.)    เล่นการพนัน จัดให้มีการเล่นการพนัน หรือมั่วสุมในวงการพนัน

(๓.)    พกพาอาวุธ หรือ วัตถุระเบิด

(๔.)    ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือ ยาเสพติด

(๕.)    ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ขมขู่ หรือบังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์บุคคลอื่น

(๖.)    ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือการกระทำใดๆอันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๗.)    แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งมี่เหมาะในที่สาธารณะ

(๘.)    เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

(๙.)    ออกนอกสถานที่พักในเวลากลางคืน เพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่ม อันเป็น การสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

ข้อ 2 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษากำหนดระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาได้

เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้

                                ให้ไว้  ณ  วันที่  27  ธันวาคม  พ.ศ.  2548

 

 

                                                       จาตุรงค์   ฉายแสง

                                                รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

           

 

 

ระเบียบโรงเรียนหนองคูวิยา

ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนหนองคูวิทยา

พุทธศักราช 2558

 

     

                        ด้วยทางโรงเรียนหนองคูวิทยา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เห็นสมควรที่จะกำหนดระเบียบของโรงเรียน ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ขึ้นเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการส่งเสริมให้นักเรียนประพฤติตนในทางที่พึงประสงค์ จึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ไว้ดังต่อไปนี้

 

หมวดที่ 1

 บททั่วไป

 

                        ข้อ 1. ระเบียบนี่เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนหนองคูวิทยา ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน 2552”

                        ข้อ 2. ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ เป็นต้นไป

                        ข้อ 3. ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียน ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนของโรงเรียนหนองคูวิทยา พ.ศ.2558 และให้ใช้ระเบียบนี้แทน  

                        ข้อ 4. ในระเบียบนี้

                        “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนหนองคูวิทยา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

                        “นักเรียน” หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนหนองคูวิทยา

                        “ครู” หมายถึง ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในโรงเรียนหนองคูวิทยา

                        “ผู้อำนวยการ” หมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองคูวิทยา

                                    “การพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน” หมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน โดยใช้กิจกรรม หรือการลงโทษตามระดับความผิดที่กระทำ และการสนับสนุน ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม

                                    “พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ผิด ฝ่าฝืนต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา   พ.ศ.2558 และพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามชองสังคม

                                    “พฤติกรรมที่พึงประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ถูก     ที่ควร กระทำความดีอันเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชู เป็นแบบอย่างที่ดีและควรได้รับรางวัล

“การกระทำความผิด” หมายถึง การที่นักเรียนประพฤติผิด ฝ่าฝืนระเบียบ คำสั่งแนวปฏิบัติ ข้อบังคับชองโรงเรียน หรือกฎกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548

“ทำกิจกรรม” หมายถึง การให้นักเรียนที่กระทำผิด ทำกิจกรรมบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น ส่วนรวมหรือสังคม

 

            ข้อ. 5 ให้ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้รักษาตามระเบียบนี้

หมวดที่ 2

ว่าด้วยการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนหนองคูวิทยา

 

            ข้อ. 6 แนวปฏิบัติทั่วไปของนักเรียนโรงเรียนหนองคูวิทยา

                        (1) ต้องยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และระบอบประชาธิปไตยของไทย

                        (2) ต้องเป็นผู้ตั้งใจเรียน  เอาใจใส่ต่อการเรียน

                        (3) ต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด

                        (4) ต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศชื่อเสียง ของโรงเรียนและตนเอง

                        (5) ต้องเคารพและมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครู ผู้มีพระคุณ และโรงเรียน

                        (6) ต้องมีความสามัคคีกลมเกลียว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

                        (7) ต้องมีบุคลิกภาพสะอาด สุภาพเรียบร้อย สมกับเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม

                        (8) ต้องเป็นผู้อนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

                        (9) ต้องมีความเสียสละต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

                        (10) ต้องไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง

 

 

ข้อ. 7 การปฏิบัติตนของนักเรียนการมาโรงเรียน

(๑.)  แต่งกายให้เรียบร้อย  ถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน

(๒.)  จัดเตรียมสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนมาตามตารางเรียนประจำวัน

(๓.)  ทำความเคารพผู้ปกครองก่อนออกจากบ้าน

(๔.)  โดยสารหรือขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร

(๕.)  มาโรงเรียนก่อนเวลา 07.50 น.

(๖.)  ทำความเคารพครู ไหว้พระ และเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเมือมาถึงโรงเรียน

(๗.)  เริ่มเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรมหน้าเสาธงเวลา 08.00 น. (เพลงมาร์ช)

(๘.)  นักเรียนที่มาถึงไม่ทันเข้าแถวถือว่ามาสาย

(๙.)  ออกจากโรงเรียนเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเท่านั้น

(๑๐.)  หลังเลิกเรียน นักเรียนจะอยู่ในโรงเรียน ได้จนถึงเวลา 16.30 น. ยกเว้นนักเรียนมีกิจกรรม โดยมีครูควบคุมดูแลอยู่ถ้ามีความจำเป็นต้องอยู่รอผู้ปกครองให้รออยู่หน้าห้องบริหารทั่วไป

(๑๑.)  กรณีมีเหตุด่วน เหตุร้าย เกิดอุบัติภัย หรือภัยใด ๆ ที่นักเรียนไม่สามารถกลับบ้านได้หลัง 17.00 น.ให้นักเรียนรายงานครูเวรทันที

 

ข้อ. 8 การขาดเรียนและการหยุดเรียน

(๑.)  เมื่อนักเรียนไม่มาโรงเรียน โดยไม่ทรายสาเหตุ ถือว่านักเรียนมีความผิดฐาน “หนีเรียน” และมีเจตนาปกปิดไม่ให้ผู้ปกครองหรือโรงเรียนทราบ

(๒.)  ทุกครั้งที่นักเรียนไม่มาโรงเรียนให้รีบแจ้งทางโทรศัพท์ทันที(เบอร์โทรครูที่ปรึกษา)และต้องส่งใบลาทันทีที่มาโรงเรียน

(๓.)  ใบลาเป็นแบบที่โรงเรียนกำหนดให้ หรือเขียนตามแบบฟอร์มของใบลาในกระดาษที่เหมาะสมเท่านั้น โดยบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่มามอบตัวนักเรียนเมื่อวันแรกเข้าเรียนเป็นผู้ลงนาม

(๔.)  การขาดเรียน ถ้านักเรียนคนใดขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิน 3 วัน โรงเรียนจะส่งใบเตือนถึงผู้ปกครองครั้งที่ 1 ถ้าไม่ได้รับการติดต่อภายใน 5 วัน ทางโรงเรียนจะส่งใบเตือนเป็นครั้งที่ 2 และหากยังไม่ได้รับการติดต่อภายใน 7 วัน โรงเรียนจะส่งใบเตือนเป็รครั้งที่ 3 หลังจากนั้นถ้าโรงเรียนไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากผู้ปกครอง ภายใน 15 วัน โรงเรียนจะนำชื่อนักเรียนขึ้นบัญชี”นักเรียนแขวนลอย”จนกว่าผู้ปกครองจะมาติดต่อกับทางโรงเรียน

 

ข้อ. 9  การเข้าแถวเคารพธงชาติ

(๑.)  เมื่อนักเรียนเข้าแถวอย่างเรียบร้อยหน้าเสาธงในท่าตรง สำรวมกาย วาจาใจ ครูเวรประจำวัน หรือหัวหน้านักเรียนจะเป็นผู้บอกแถว ตัวแทนนักเรียนเชิญธงชาติขึ้นอยู่ยอดเสาตัวแทนนักเรียนจะเป็นตนเสียงและทุกครองร้องพร้อมกัน เมื่อธงชาติถึงยอดเสาแล้ว นักเรียนสวสดมนต์ไหว้พระและกล่าวคำปฏญาณ

(๒.)  เมื่อเสร็จสิ้น พึงทำความเคารพครูเวรประจำวัน หรือพิธีกร ซึ่งจะเป็นผู้กล่าวจบแล้ว จากนั้นครูเวรจะปล่อยให้เดินเข้าห้องเรียนและเดินเป็นแถวอย่างมีระเบียบไม่มีเสียงดัง

(๓.)  การแยกขึ้นชั้นเรียน เวลาขึ้นบันได ให้รักรักษาระเบียบวินัยหรือไม่แย่งกันขึ้น- ลง  ตามบันไดโดยให้เดินให้ชิดขวาเสมอ

 

ข้อ. 10 การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในห้องเรียน

      (1) ต้องเข้าเรียนตรงต่อเวลา

      (2) ต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เคารพเชื่อฟังครูผู้สอน

      (3) รักษากริยามารยาท ระเบียบวินัย ให้เรียบร้อย

      (4) ดูแลรักษาความสะอาด เรียบร้อยของห้องเรียนและวัสดุครุภัณฑ์อยู่เสมอ

                        (5) การเข้าและออกห้องเรียนขณะเรียนต้องขออนุญาตและทำความเคารพครูผู้สอนก่อน

      (6) ไม่นำอาหาร เครื่องดื่มใดๆ เข้ามารับประทานในห้องเรียน

      (7) ไม่ทำความสกปรก หรือเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ห้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต

      (8) ไม่วิ่งเล่น ส่งเสียงดัง รบกวนผู้อื่นทั้งในและนอกเวลาเรียน

      (9) ฟัง คิด และซักถามครูผู้สอนเมื่อมีปัญหาไม่เข้าใจ แล้วจดบันทึกไว้เสมอ

                        (10) เมื่อเปลี่ยนห้องหรือสถานที่เรียนต้องเดินแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ส่งเสียงดัง                                     

 

ข้อ. 11 สิ่งที่นักเรียนต้องไม่นำเข้ามาในโรงเรียน

            (1) อาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุอันตรายอื่นๆ

            (2) สื่อลามกอนาจาร

            (3) สิ่งเสพติดให้โทษ

            (4) อุปกรณ์เกี่ยวกับการพนันทุกประเภท

(5) อุปกรณ์สื่อสารอิเลคทรอนิคส์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

(6) เครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงต่างๆ ยกเว้นสิ่งที่โรงเรียนส่งเสริม

(7) สิ่งของฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ของมีค่า  ซึ่งไม่มีความจำเป็นต่อการเรียน

(8) อุปกรณ์ สิ่งพิมพ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายสินค้า

(9) บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัว

(10) สัตว์เลี้ยง

(11) สิ่งที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติใดๆ ของราชการ

 

     ข้อ. 12 การแสดงความเคารพ

.ในห้องเรียน

                        (1) ครูเข้าสอน หรือเลิกการสอน ให้หัวหน้าห้องบอกนักเรียนทำความเคารพ

                      (2) เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยือนหรือมาให้ความรู้ ให้ครูผู้สอนแนะนำให้นักเรียนรู้จัก ให้หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพเช่นเดียวกับการเคารพครู

.นอกห้องเรียน

                        (1) แสดงความเคารพครูและผู้อาวุโส ด้วยการหยุดเดิน ยืนตรง ทำความเคารพด้วยการไหว้ หรือโค้งคำนับ พร้อมกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ”  “สวัสดีค่ะ”

                        (2) กรณีที่นักเรียนไม่สามารถยกมือไหว้ได้ เนื่องจากถือสัมภาระส่งของอยู่ ให้นักเรียนหยุด ยืนตรง พร้อมกล่าวคำว่า  “สวัสดีครับ”  “สวัสดีค่ะ”

                        (3) การเดินผ่านครูหรือผู้อาวุโสกว่า นักเรียนต้องขออนุญาตและน้อมตัวลงเล็กน้อย เมื่อเดินผ่านไป

 

ข้อ. 13 การปฏิบัติตนต่อเพื่อนนักเรียน

                        (1) มีความสามัคคี กลมเกลียวกัน

                        (2) ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนนักเรียนในทางที่ถูกที่ควร

                        (3) ยกย่อง ให้เกียรติแก่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน

                        (4) พูด และแสดงกริยามารยาทสุภาพ ต่อนักเรียนทุกคน

                        (5) เคารพนักเรียนรุ่นพี่ หรือผู้อาวุโสกว่า

                        (6) ไม่ชักชวน ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ไม่เหมาะสม

                        (7) เคารพและปฏิบัติตาม มติ แนวปฏิบัติของสภานักเรียน

 

 

 

ข้อ. 14 การปฏิบัติตนในการสอบ

                        (1) แต่งกายให้เรียบร้อยตามระเบียบโรงเรียน

                        (2) ดูตารางสอบล่วงหน้าและเตรียมอุปกรณ์การทำข้อสอบให้พร้อมเสมอ

                        (3) ไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาพอสมควร

                        (4) ไม่เข้าห้องสอบก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมห้องสอบ

                        (5) ไม่นำเอกสาร อุปกรณ์ใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าในห้องสอบ

                        (6) นั่งประจำที่นั่งสอบตามที่กำหนด

                        (7) กรอกข้อมูลประจำตัวผู้สอบ วิชาที่สอบ วันเวลาสอบ ให้ครบถ้วน

                        (8) ปฏิบัติตามคำชี้แจงในการสอบอย่างเคร่งครัด

                        (9) ไม่ทุจริต คัดลอก หรือให้ผู้อื่นคัดลอกคำตอบ โดยเด็ดขาด

                        (10) ปฏิบัติตนสุภาพ ไม่พูดคุยกับผู้อื่นในขณะสอบ โดยไม่ได้รับอนุญาต

                        (11) ไม่ออกหองสอบก่อนเวลาที่กำหนด

                        (12) เมื่อส่งข้อสอบและออกจากห้องสอบแล้วไม่ส่งเสียงหรือทำกริยารบกวนผู้อื่น

 

                        ข้อ. 15 การร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน

                        ในการจัดการศึกษาของทางโรงเรียนนั้น จำเป็นต้องจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ทั้งในและนอกหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นเมื่อโรงเรียนกำหนดหรือแจ้งให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ก็ตาม นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างตั้งใจ ตามวัน เวลา และสถานที่ที่จัดเก็บนั้นอย่างเคร่งครัด ยกเว้นมีเหตุจำเป็นให้นำผู้ปกครองมาขออนุญาตก่อนเสมอ

 

                        ข้อ. 16 การร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียน

                        นักเรียนมีความประสงค์จะไปร่วมกิจกรรมอื่นๆ กับหน่วยงาน องศ์กร ชุมชนภายนอก ในเวลาเรียนซึ่งไม่ใช่กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น หรือเป็นกิจกรรมที่ขัดต่อระเบียบของโรงเรียนนักเรียนต้องแจ้งให้ผู้ที่จะนำนักเรียนไปร่วมกิจกรรมขออนุญาตมายังโรงเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีผู้ปกครองมา ขออนุญาตกับทางโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้

 

                        ข้อ. 17 การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

                                    เมื่อนักเรียนมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาเรียน ให้นักเรียนถือปฏิบัติตามระเบียบ และขั้นตอนวิธีการ ที่โรงเรียนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                                    (1) มีผู้ปกครองมาเป็นผู้ขอรับออกจากบริเวณโรงเรียนโดยมีเหตุผลความจำเป็น

                                    (2) มีครูเป็นผู้รับรองว่ามีเหตุผลความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน

                                    (3) เป็นนักเรียนที่เข้ามาเรียนในวันที่ขออนุญาต

                                    (4) แต่งกายด้วยชุดนักเรียนโรงเรียนหนองคูวิทยา

            การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

                        (1) ผู้ปกครองหรือครู นำนักเรียนมาแจ้งเหตุผลความจำเป็นและช่วงเวลาที่ต้องขออนุญาตนำนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยบันทึกขออนุญาตตามแบบที่คณะกรรมการฝ่ายกิจการนักเรียนกำหนด

                        (2) นักเรียนนำแบบบันทึกไปแจ้งครูประจำชั้น หรือครูที่ปรึกษา และครูเวรประจำวันที่ขออนุญาตลงนามรับทราบการขออนุญาต

                        (3) ให้คณะกรรมการฝ่ายกิจการนักเรียนเป็นผู้ลงนามอนุญาตในแบบบันทึกแล้วบันทึกข้อมูลการขออนุญาตของนักเรียนที่ขออนุญาต ลงในโปรแกรมบริหารงานของฝ่ายกิจการนักเรียน

                        (4) นักเรียนรับบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน แล้วนำบัตรพกติดตัวไปด้วยขณะอยู่นอกบริเวณโรงเรียน

                        (5) เมื่อนักเรียนกลับเข้ามาในโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด ให้แสดงบัตรต่อที่ห้องกิจการนักเรียนพร้อมคืนบัตรแก่ผู้ให้อนุญาต

                        (6) ผู้อนุญาตรับบัตรคืนและบันทึกการกลับมารายงานตัวของนักเรียนที่ขออนุญาตลงในโปรแกรมบริหารงานของฝ่ายกิจการนักเรียน

 

      ข้อ 18 การใช้พาหนะในโรงเรียน

                        (1) ห้ามนักเรียนนำรถยนต์มาโรงเรียน และขับขี่จักรยานยนต์ จักรยาน หรือยานพาหนะใดๆ บริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในวันและเวลาราชการ

                        (2) ให้นักเรียนหยุดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วจูงจักรยานยนต์ จักรยาน เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนเพื่อทำความเคารพครู นำรถไปจอดไว้ในที่ที่จัดให้จอดพร้อมล็อคหรือใส่กุญแจเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง

                        (3) นักเรียนที่โดยสารมากับรถยนต์รับส่งนักเรียน หรือรถประจำทาง ให้ลงที่หน้าโรงเรียนแล้วเดินเป็นแถวเข้าโรงเรียน ทำความเคารพครูอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สำหรับการขึ้นรถกลับบ้านหลังเลิกเรียน ให้นักเรียนขึ้นตามจุดที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น

 

            ข้อ 19. การใช้อาคารเรียน สถานที่  ห้องปฏิบัติการ และห้องพิเศษ

                        (1) ห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากครูประจำห้องนั้นๆ

                        (2) ปฏิบัติตามระเบียบการใช้อาคาร ห้องปฏิบัติการ ห้องพิเศษต่างๆ ตามระเบียบการใช้ห้อง และควรมีครูเป็นผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด

                        (3) ไม่เคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุ อุปกรณ์ใดๆ ในห้องโดยเด็ดขาด

 

                        ข้อ 18. ประกาศนี้ ถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนได้อยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างเป็นสุข ได้รับความสะดวกและปลอดภัย  หากนักเรียนคนใดฝ่าฝืนหรือจงใจไม่ปฏิบัติตาม ถือว่ากระทำผิดระเบียบ จะถูกลงโทษตามระเบียบโรงเรียนหนองคูวิทยา ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ของโรงเรียนหนองคูวิทยา

 

หมวดที่ 3

ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียน

 

                        ข้อ 20 เครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย

                        1. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                                    1.1 เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เสื้อกว้าง 3.5 – 4.0 ซ.ม. กระดุมสีขาวแบบศูนย์กลาง 1 ซ.ม. จำนวน 5 เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติดแนวราวนมเบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้างตั่งแต่ 8 – 12 ซ.ม. ลึก 10 ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง มองเห็นเข็มขัดชัดโดยรอบ

                                    1.2 กางเกง เป็นกางเกงไทยใช้ผ้าสีกากี ชนิดผ้าโทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือเวสปอส์ย มีจีบหน้า 2 จีบ มีหูเข็มขัด 6 – 7 หู ขาส้นเหนือสะบ้าหัวเข้าไม่เกิน 5 ซ.ม.  ความกว้างของปลายขาพับเข้าในกว้าง 5 ซ.ม. ผ่ากลางส่วนหน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง กางเกงต้องสวมทับชายเสื้อไว้ให้เรียบร้อย ห้ามเปลี่ยนแปลงสีของกางเกง

                                    1.3 เข็มขัด อนุญาตให้ใช้เข็มขัดหนังสีน้ำตาลขนาดกว้างตั่งแต่ 2.5 - 4 ซ.ม. ตามลักษณะรูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง รูปสี่เหลียม ชนิดหัวกลัดรูเดียวมีปลอกสีน้ำตาล 1 ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ห้ามเสริมแต่งเข็มขัดในลักษณะอื่นใด นักเรียนที่เป็นลูกเสือให้ใช้เข้มขัดของลูกเสือแทนได้

                        1.4 รองเท้า ให้ใช้รอเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูกเชือก ผ้าใบสีน้ำตาล ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน โดยสอดเชือกผูกรองเท้าทุกรูของรองเท้า

                        1.5 ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้นสีน้ำตาล ยาวเหนือตาตุ่มตั่งแต่ 10 ซ.ม. ขึ้นไปแต่ไม่เกินกลางหน้าแข้ง ไม่พับหรือไม่ม้วนถุงเท้า ถุงเท้าไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน

                        1.6 ทรงผม ด้านหน้าสั้นยาวไม่เกิน 2 ซ.ม. ส่วนด้านข้างด้านหลังตัดเกรียนติดหนังศีรษะ ผมห้ามใส่เยล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามยอมหรือกัดสีผมหรืออื่นๆในลักษณะเป็นการเสริมสวย

              2. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

                        2.1 เสื้อ ใช้แบบเดียวกันกับนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                        2.2 กางเกงให้ใช้ผ้าสีดำ ชนิดผ้าโทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือ       ผ้าเวสปอยส์ รูปแบบกางเกงใช้แบบเดียวกันกับรูปแบบกางเกงนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                        2.3 เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำ อนุญาตให้ใช้เข็มขัดสีน้ำตาลขนาดกว้างตั้งแต่ 2.5 - 4 ซ.ม. ตามลักษณะรูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีเงิน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชนิดหัวกลัด สายของเข็มขัดต้องไม่มีลวดลายใดๆ

                        2.4 รองเท้าให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก เป็นรองเท้าหนังหรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดสายหรือสีอื่นปน

                        2.5 ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้น สีขาว เนื้อเรียบ ยาวเหนือตาตุ่มตั่งแต่ 10 ซ.ม.ขึ้นไปแต่ไม่เกินครึ่งน่องหรือเสมอหน้าแข้ง ไม่พับถุงเท้า และถุงเท้าต้องไม่มีสวดลายใดๆ เช่นตัวหนังสือหรือรูปภาพ เป็นต้น

                        2.6 ทรงผม ให้ตัดผมหรือไว้ผมแบบรองทรงสูงหรือรองทรงสั้นด้านข้างและด้านหลังตัดสั้น ไล่สูงขึ้นไปให้มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นชั้น ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน 4 ซ.ม. ห้ามไว้จอน ไว้หนวด ไว้เครา ทรงผมห้ามใส่เยล น้ำมัน สเปรย์หรือโฟมแต่งผม ห้ามย้อมหรือกัดสีผมและอื่นๆในลักษณะการเสริมสวย

 

 

            3. นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                        3.1 ให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป แขนเสื้อให้ใช้แบบกลาสี แขนสั้น ปลายแขนย่น และต้องสวมเสื้อสับในสีขาวก่อนสวมเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลมชนิดติดคอ กระเป๋าเสื้อให้ติดริมขอบเสื้อด้านล่างข้างขวาขนาด 8 × 10 ซ.ม.ขอบชายเสื้อด้านล่างพับเข้าด้านในเข้า 1 นิ้ว ความยาวของชายเสื้อติดตรงบริเวณข้อมือเมื่อยืดตรง ให้ใช้ผ้าผูกคอสีกลมท่า ชายสามเหลี่ยมผูกเงื่อนกลาสี แยกชายออกข้างประมาณ 2.5 นิ้ว

                        3.2 กระโปรง ใช้ผ้าสีกลมท่าเนื้อเกลียงไม่มีลวดลายและไม่บาง           เอวกระโปรงมีขอบกว้าง 3 - 4 ซ.ม. แบบกระโปรงใช้แบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นจีบข้างละ 3 จีบ จีบกระโปรงหันออกด้านนอก เย็บทับจีบกระโปรง จากขอบเอวลงมาไม่เกิน 10 ซ.ม. แต่ไม่เกินครึ่งน่อง ชายกระโปรงหน้าล่างพับเข้าด้านในกว้าง 2.5 – 4 ซ.ม.

                        3.3 ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัดจากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ถ้าใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบนถุงเท้าต้องสูงจากตาตุ่มไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง

                        3.4 รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้าใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน 3 ซ.ม. หัวมน มีสายรัดหลังเท้า รองเท้าผ้าใบให้ใช้สีขาวล้วน ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน

                        3.5 ผม หรือ ทรงผม ให้ไว้ทรงบ๊อบ ซึ่งปลายผมเสมอกันทุกด้านเลยติ่งหูได้ไม่เกิน 2 ซ.ม. ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม กัดสีผม และห้ามตกแต่งผมโดยเยล น้ำมัน สเปรย์หรือเครื่องสำอางอื่นใด ให้ใช้กิ๊บหนีบผมสีดำขนาดพอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม

                        3.6 การตกแต่งใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางใดๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใดของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน  ให้ใช้สบู่ แป้งฝุ่นทำความสะอาดส่วนต่างๆของร่างกายได้ในบางกรณี เช่นหลังจากเรียนพละศึกษาหรือทำกิจกรรมของโรงเรียนและห้ามตกแต่งใบหน้าโดยวิธีการต่างๆที่ผิดธรรมชาติ

            4.นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

                        4.1 เสื้อ ให้ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร แบบเสื้อเป็นแบบคอเชิ้ตแขนสั้นปลายแขนรัด ผ่าอกตลอด ที่อกเสื้อทำฉากตลบข้างในกว้าง 3 ซ.ม. ติดกระดุมสีขาว 5 เม็ด ตัวเสื้อไม่รัดรูปและสวมทับเสื้อทับในสีขาวอีกชั้นหนึ่ง ให้ชายเสื้ออยู่ในขอบกระโปรง เมื่อมองดูให้เห็นเข็มขัดโดยรอบ

                        4.2 กระโปรง ให้ใช้แบบเดียวกันกับนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแต่เป็นสีกลมท่า

                        4.3 ถุงเท้าและรองเท้า ให้ใช้แบบเดียวกันกับนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                        4.4 เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำกว้างประมาณ 3 - 4 ซ.ม. หัวเข็มขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดหัวกลัด สีเดียวกับสายเข็มขัด มีปลอกและตัวหนีบเข็มขัด ซึ่งต้องเป็นสีเดียวกับเข็มขัดต้องไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใดๆ

                        4.5. ผมและทรงผม ให้ไว้ผมยาวไม่เกินสะบักหลังและต้องรวบผมและผูกผมด้วยริบบิ้นสีประจำโรงเรียนคือ สีเทา-ชมพู และต้องรวบผมด้านหน้าขึ้นและหนีบด้วยกิ๊บดำ ห้ามดัดผม ห้ามซอยผม ห้ามย้อมผมหรือกัดสีผม และห้ามตกแต่งทรงผม ด้วยน้ำมัน เยล สเปรย์ หรือเครื่องสำอางใดๆ

                        4.6. การตกแต่งใบหน้า  ห้ามใช้เครื่องสำอางใดๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใดของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน  ให้ใช้สบู่ แป้งฝุ่นทำความสะอาดส่วนต่างๆของร่างกายได้ในบางกรณี เช่นหลังจากเรียนพละศึกษาหรือทำกิจกรรมของโรงเรียนและห้ามตกแต่งใบหน้าโดยวิธีการต่างๆที่ผิดธรรมชาติ

            5.เครื่องหมายของโรงเรียนและการแต่งกาย

                        5.1. ให้ปักอักษรย่อ น.ค.ว. ที่อกเสื้อเบื้องขวา ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ปักทึบกว้าง 1 ซ.ม. สูง 1.5 ซ.ม.

                        5.2 การปักชื่อและชื่อสกุลของนักเรียนให้ปักทึบหรือเดินตัวเส้นพิมพ์ธรรม สูง 1ซ.ม. ที่อกเบื้องซ้ายในระดับเดียวกับการปักอักษรย่อน.ค.ว.

                        5.3 ให้ปักเครื่องหมายบอกระดับชั้นเรียนหน้าอกเสื้อด้านซ้าย โดยให้ปักทึบเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 ซ.ม. ตามระดับชั้นดังนี้

                                    ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4           จำนวน 1 จุด

                                    ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 5           จำนวน 2 จุด

                                    ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6           จำนวน 3 จุด

                        5.4 การปักเครื่องหมาย ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกำหนดด้วยสีน้ำเงินและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกำหนดให้ปักด้วยสีแดง

            6. เครื่องแบบพลศึกษา

                        6.1. ให้ใช้เสื้อและกางเกงที่โรงเรียนกำหนด ซึ่งจำหน่ายโดยฝ่ายสวัสดิการโรงเรียนหนองคูวิทยา

                        6.2 ให้ปักชื่อและชื่อสกุล ที่อกเสื้อด้านซ้ายเป็นภาษาไทยเหนือกระเป๋าด้วยสีน้ำเงิน ตัวพิมพ์ขนาดธรรมดา สูง 1 ซ.ม.

                        6.3 นักเรียนหญิงใช้รองเท้าผ้าใบสีขาว นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นใช้รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลและนักเรียนนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใช้รองเท้าผ้าใบสีดำ

            7. เครื่องแบบลูกเสือ ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบลูกเสือแห่งชาติ กรมพละศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

            8. เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารกรมการรักษาดินแดน

            9. เครื่องประดับ ห้ามใช้เครื่องประดับต่างๆ เช่น สร้อยคอ สร้อยทองคำ แหวน  ต่างหู หวีสับ โบว์ผูกผมสีต่างๆ ซึ่งถ้าครู-อาจารย์พบเห็นสามารถยึดของดังกล่าว ไว้ที่ห้องปกครองและจะให้ผู้ปกครองมารับคืน (จะคืนเฉพาะทองคำแท้เท่านั้น)

             ไม่อนุญาตให้นักเรียนทุกคนไว้เล็บยาว แต่งเล็บ ทาเล็บหรือตกแต่งส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ห้ามกันคิ้ว ห้ามดัดขนตา ห้ามสักรูปต่างๆบนร่างกายและไม่อนุญาตคอนแท็คเลนส์แฟชั่น

            10. เครื่องแบบชุมนุมต่างๆที่นักเรียนเลือกเรียน ให้ใช้ตามคำสั่งของแต่ละชุมนุมที่กำหนดขึ้น

            11. การใช้โทรศัพท์ ให้ปฏิบัติตามหมวดว่าด้วยการใช้โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ

หมวดที่ 4

ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติของนักเรียน

นักเรียนที่กระทำความผิด ทางโรงเรียนหนองคูวิทยาจะพิจารณาลงโทษตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 โดยระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั่งแต่วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป ดังมีรายละเอียดดังนี้

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก     พ.ศ. 2546

                        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

                        (1) ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548”

                        (2) ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั่งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                        (3) ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2543”

                        (4) ในระเบียบนี้

                        “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น

                        “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติผ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

                        “การลงโทษ” หมายความว่าการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

            (5) โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

                        (1) ว่ากล่าวตักเตือน

                        (2) ทำทัณฑ์บน

(3) ตัดคะแนนความประพฤติ
(4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

            (5) ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษ ด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยคำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรง ของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับพฤติกรรมตนในทางที่ดีต่อไป

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจการลงโทษนักเรียน นักศึกษา

(6) การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

            (7) การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม สภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

            การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

            (8) การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของโรงเรียนหนองคูวิทยา และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

            (9) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

 

ข้อ.21  ระเบียบการลงโทษนักเรียนที่ทำผิดระเบียบวินัย

            20.1 โทษว่ากล่าวตักเตือน ครูโรงเรียนหนองคูวิทยาทุกท่าน มีอำนาจในการว่ากล่าวตักเตือน เมื่อนักเรียนประพฤติปฏิบัติตัวไม่เหมะสม

            20.2  การตัดคะแนนความประพฤติ ให้ครูทุกท่าน ที่พบนักเรียนประพฤติปฏิบัจิไม่เหมาะสมมีหน้าที่เสนอตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนที่กระทำผิดผิดเสนอต่องานกิจการนักเรียน เพื่อให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา สั่งการ ดังนี้

            20.2.1  ครูทั่วไปตัดได้ครั้งละไม่เกิน  20  คะแนน

            20.2.2  รองหัวหน้าระดับ รองหัวหน้าคณะสี ตัดได้ครั้งละไม่เกิน  20  คะแนน

            20.2.3  หัวหน้าระดับ หัวหน้าคณะสี ตัดได้ครั้งละไม่เกิน  30  คะแนน

20.2.4  ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการทุกกลุ่ม   ตัดได้ครั้งละไม่เกิน  40  คะแนน

20.2.5  รองผู้อำนวยการทุกกลุ่ม   ตัดได้ครั้งละไม่เกิน  50  คะแนน

20.2.6  ผู้อำนวยการ ตัดได้ตามความเหมาะสม

20.2.7  นักเรียนคนหนึ่ง ๆ ให้มีคะแนนความประพฤติประจำตัวในภาคเรียนหนึ่ง  100

            คะแนน

20.2.8  ในกรณีที่นักเรียนทำผิด เกินอำนาจของผู้ที่สั่งตัดคะแนนก็ให้เสนอผู้ที่มีอำนาจสูง

           กว่าตัดคะแนนตามสายงาน

20.2.9  ให้หัวหน้างานกิจการนักเรียน รวบรวมคะแนนตามความประพฤติของนักเรียนแต่ 

            ละคนในปีการศึกษานั้น ๆ ส่งงานทะเบียนวัดผล เพื่อบันทึกลงในบันทึก  คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน

            20.3 ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

            20.4  การรับรองความประพฤติกรรมเมื่อนักเรียนทำความผิด หลังจากได้รับการตักเตือนทำกิจกรรมและถูกหักคะแนนแบบพฤติกรรม  ถึง  30  คะแนน แล้วคะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียนมีอำนาจเชิญผู้ปกครองพบพบเพื่อเขียนเอกสารรับรองความประพฤติของนักเรียน

            20.5 การทำทัณฑ์บน นักเรียนที่ทำความผิดที่มีความผิดบ่อยครั้งและไม่ปรับปรุงตนเอง จนกระทั้งถูกตัดคะแนนความประพฤติ รวม 50 คะแนน หรือนักเรียทมี่มีความผิดต่อเนื่อง หัวหน้ากลุ่มกิจการนักเรียนมีอำนาจเชิญผู้ปกครองมาทำทัฑณ์บนไว้

            20.6 การพักการเรียน นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ รวม 80 คะแนน หรือได้เคยถูกลงโทษสั่งการเรียนมาแล้ว และได้กระทำผิดอีกคณะกรรมการงานกิจการนักเรียนและหัวหน้าสถานศึกษาเชิญผู้ปกครองมาร่วมพิจารณาเพื่อเปลี่ยนสถานศึกษา

 

            ข้อ 22 การดูแลปรับปรุงความประพฤตินักเรียน

                        ในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ถ้านักเรียนคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติ และได้รับการพิจารณาโทษแล้วให้ครูที่มีหน้าที่ตาม ข้อ 22.1 – 22.6 เป็นผู้ปรับปรุงแก้ไขความประพฤตินักเรียน ร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ ตามเกณฑ์คะแนนดังนี้

                        21.1 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 15 คะแนนขึ้นไป มอบให้ครูที่ปรึกษาเชิญผู้ปกครองทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไข

21.2 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 30 คะแนนขึ้นไป มอบให้ครูที่ปรึกษาเชิญ

ผู้ปกครองทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขครั้งที่ 1 และทำบันทึกรับรองพฤติกรรม

21.3 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 50 คะแนนขึ้นไป มอบให้หัวหน้าระดับเชิญ

ผู้ปกครองมารับทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขครั้งที่ 2  และทำบันทึกรับรองพฤติกรรม

                        21.4 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป คณะกรรมการงานกิจการนักเรียน เสนอหัวหน้าสถานศึกษา สั่งพักการเรียนครั้งที่ 1 ( 3 วัน) และเชิญผู้ปกครองรับทราบ

21.5 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป คณะกรรมการงานกิจการ

นักเรียน เสนอหัวหน้าสถานศึกษา สั่งพักการเรียนครั้งที่ 2 ( 7 วัน) และเชิญผู้ปกครองรับทราบ

21.6  ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไปคณะกรรมการงานกิจการ

นักเรียน เสนอหัวหน้าสถานศึกษา เพื่อพิจารณาสั่งพักการเรียนครั้งที่ 3 หรืออยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา ในการเปลี่ยนสถานศึกษา และเชิญผู้ปกครองมารับทราบ

                        21.7 นักเรียนคนใด ถูกตัดคะแนนความประพฤติจะถูกบันทึกไว้ในบันทึกคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 

 

 

หมวดที่5
ประเภทของการกระทำความผิด การตัดคะแนนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และการลงโทษหรือปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

 

            ข้อ 23 นักเรียนทุกคนมีคะแนนพฤติกรรม 100 คะแนน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนหรือเมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่ ยกเว้นนักเรียนที่ถูกทำทัณฑ์บนในปีการศึกษาที่ผ่านมาให้มีคะแนนสะสมเท่าที่กำหนดไว้ในข้อที่ 14 ของระเบียบนี้

 

            ข้อ 24 นักเรียนจะถูกตัดคะแนนเมื่อมีความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ โดยให้แบ่งระดับความผิด ลักษณะการกระทำผิดและเกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรม ดังนี้

ด้านที่ 1

รหัส

ประเภทความผิด

คะแนน

หมายเหตุ

01

ปลอมลายเซ็นผู้ปกครอง / ครู

10

ภาคทัณฑ์

02

มาสาย หรือไม่เข้าแถว

5

 

03

หลี่กเลี่ยงการไม่รับการปฐมนิเทศ ปัจฉิมนิเทศ

5

 

04

ไม่เข้าเรียนในแต่ละวิชา (วิชาละ)

5

 

05

ไม่ร่วมกิจกรรม โฮมรูม / แนะแนว / ชุมนุม /ลูกเสือ

5

 

ด้านที่ 2 ด้านการแต่งกาย

06

ไม่มารับการตรวจเครื่องแต่งกาย ทรงผม

ผมยาว / หน้าม้า / สับ / ซอย / สกินเฮด

สักลาย / ระเบิดหู /

เล็บยาว

ถุงเท้า / รองเท้า / กางเกง

30

10

10

5

5

 

07

แต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียน เช่น ปล่อยเสื้อออกนอกกางเกง กระโปร่ง สวมเสื้อคนอื่น ไม่ปักชื่อ จุด เลขประจำตัว อักษรย่อ     น.ค.ว. ใส่ชุดพลศึกษาไม่ตรงวัน

5

 

08

สวมใส่เครื่องประดับมาโรงเรียน เช่น แหวน สร้อย ตุ้มหู กำไล บิ๊กอาย ขนตาผลอม แต่งหน้าทาปาก เขียนคิ้ว

5

 

09

นักเรียนหญิงไม่สวมเสื้อซับใน สวมใส่ซับในสีฉูดฉาด

5

 

10

สวมรองเท้าผิดระเบียบ / สวมกางเกงนักเรียน กางเกงวอร์ม กระโปร่ง ผิดระเบียบ

5

 

11

กระเป๋านักเรียนผิดระเบียบ หรือกระเป๋าแฟชั่น /ครั้ง

5

 

ด้านที่ 3 ด้านความประพฤติ

12

ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด/สูบบุหรี่ ปรับครั้งละ 300 บาท

40

ภาคทัณฑ์

13

เสพสารเสพติดทุกชนิดหรือมีไว้ครอบครอง

50

แก้ไขพฤติกรรม

14

ลักขโมย จะโดยเจตนาหรือไม่ ยักยอก กรรโชกทรัพย์สิน

60

แก้ไขพฤติกรรม

15

ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนนักเรียนหรือบุคคลภายนอก ทำให้เสียชื่อเสียง

60

แก้ไขพฤติกรรม

รหัส

ประเภทความผิด

คะแนน

หมายเหตุ

16

ชักชวนบุคคลภายนอกเข้ามาก่อการทะเลาะวิวาท

60

พักการเรียน

17

ยุยงให้เกิดความแตกแยกสามัคคี หรือต่อต้านระเบียบวินัยของโรงเรียน

40

ภาคทัณฑ์

18

เล่นการพนัน ทุจริต

40

ภาคทัณฑ์

19

ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน หรือของผู้อื่น

40

ภาคทัณฑ์

20

ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียน

40

ภาคทัณฑ์

21

มีพฤติกรรมชู้สาว หรือส่อทางในชู้สาว หรืออนาจาร หรือการกระทำต่อผู้อื่นที่อ่อนแอ่กว่า

50

ภาคทัณฑ์

22

กลั่นแกล้งรังแก บังคับ ขู่เข็ญ หรือการกระทำอื่นใดทั้งวาจา หรือการกระทำต่อผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า

20

 

23

แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ / ก้าวร้าวไม่เหมาะสมต่อครู

20

 

ด้านการจราจร

24

ขับรถจักรยานยนต์เสียงดัง สร้างความรำคาญในโรงเรียน

10

 

25

ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร

5

 

26

ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงเรียนวันเรียนปกติ ไม่สวมหมวกนิรภัย /ซ้อน 3

10

 

ด้านการรักษาความสะอาด

27

ทิ้งขยะสร้างความสกปรก ไม่ทำความสะอาด บริเวณทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

10

 

28

ขีดเขียนข้อความใดๆ ในห้องน้ำ หรือฝาผนัง โต๊ะ เก้าอี้ สมบัติสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต

10

 

29

ขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงบนเสื้อและกางเกงของตนเองหรือของเพื่อน

10

 

 

ด้านที่ 6 ด้านเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

 

 

30

พกพาอาวุธ มีด ปืน วัตถุระเบิด สนับมือ จุดประทัด

50

 

31

เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาภายใน(กีฬาสี) ไม่ถึง 80 %

50

 

32

ไม่เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญที่โรงเรียนจัดขึ้น

20

 

33

โพสต์ภาพไม่เหมาะสมในสื่อออนไลน์

20

 

34

โรงเรียนเชิญผู้ปกครองมาพบ แต่ไม่มาตามกำหนด

20

 

35

มีสื่อลามกไว้ในครอบครอง เช่น ซีดี ภาพ คลิปลามก

20

 

36

เปิดเพลง หรือมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะเรียน

20

ยึดโทรศัพท์

37

จอดรถจักรยานยนต์ไว้นอกโรงเรียน ตามบ้าน ร้านค้า ป่า ฯลฯ เนื่องจากมาสาย หรือเจตนาหนีเรียน ไม่นำเข้ามาจอดในบริเวณโณงเรียน

20

 

38

ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ขออนุญาต หรือออกไปซื้อของที่ร้านค้านอกโรงเรียน

10

 

         

 

รหัส

ประเภทความผิด

คะแนน

หมายเหตุ

39

เปิดไฟ เปิดน้ำ เปิดพัดลมทิ้งไว้ ไม่ปิด ไม่รักษาสมบัติส่วนร่วม     (ถ้าระหว่างเรียนรับผิดชอบทั้งห้อง)

10

 

40

ฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน เช่น ส่งเสียงดัง รบกวนเพื่อน ไม่ทำความเคารพครู

10

 

41

นำอาหร ขนม ของขบเคี้ยว น้ำขวด และเครื่องดื่ม ขึ้นไปรับประทานในห้องเรียนหรือบนอาคารเรียน

10

 

  หมายเหตุ  : ความผิดอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครู และลงโทษตัดคะแนนตามความเหมาะสม หรือเปรียบเทียบความผิดใน 6 ด้าน

 

 

หมวดที่6

การเพิ่มคะแนนพฤติกรรม และ การส่งเสริมพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์

 

                        ข้อ 25. นักเรียนทุกคนมีคะแนนพฤติกรรม 100 คะแนน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียน

หรือเมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่ ยกเว้นนักเรียนที่ถูกทำทัณฑ์บนในปีการศึกษาที่ผ่านมาให้มีคะแนนสะสมเท่าที่กำหนดไว้

                        ข้อ 26. พฤติกรรมที่พึงประสงค์ และการเพิ่มคะแนนพฤติกรรม มีดังนี้

 

พฤติกรรมที่พึงประสงค์

คะแนนพฤติกรรมที่เพิ่ม

- เก็บสิ่งของคืนหรอประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังผลตอบแทน

           (1) มูลค่าไม่เกิน 100 บาท

           (2) มูลค่าเกิน 100 บาท

- เต็มใจช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียน ครู หรือ ส่วนรวม

- ให้ข่าวสาร ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

- ช่วยเหลือเพื่อนหรือผู้อื่นที่ประสบปัญหา หรือเดือนร้อน

- เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ

- สร้างชื่อเสียงที่ดีให้แก่โรงเรียน

           (1) ในระดับโรงเรียน

           (2) ในระดับอำเภอ

           (3) ในระดับสหวิทยาเขต

           (4) ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด

           (5) สูงกว่าระดับจังหวัดขึ้นไป

 

+ 5

+ 10

+ 10

+ 10

+ 10

+ 15

 

+ 10 - 20

+ 15 - 25

+ 20 - 30

+ 30 - 45

+ 50 - 100

 

 

           

            ข้อ 27. แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียน

                        (1) นักเรียนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ จะได้รับคะแนนพฤติกรรมเพิ่มขึ้นตามลักษณะของพฤติกรรมที่พึงประสงค์

                        (2) ครูและบุคลากรทุกคนสามารถเสนอข้อเพิ่มพฤติกรรมคะแนนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียนได้ โดยเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ถ้ามี

 

            ข้อ 28. นักเรียนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียนและส่วนรวมจึงควรแก่การยกย่อง เชิดชู หรือประกาศเกียรติคุณ ดังต่อไปนี้

 

 

ระดับคะแนนพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้น

การประกาศเกียรติคุณ

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ไม่เกิน 29 คะแนน

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 30 คะแนนขึ้นไป

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 50 คะแนนขึ้นไป

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 90 คะแนนขึ้นไป

ย่องชมเชย

ประกาศเกียรติคุณ

มอบเกียรติบัตรการทำความดี

ประกาศให้เป็นนักเรียนดีเด่นในวันสำคัญต่างๆ

 

 

 

หมวดที่ 7

กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

            ข้อ 29 นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

ลำดับที่

กิจกรรม

คะแนน

หมายเหตุ

1

ปลูกต้นไม้บริเวณโรงเรียน

5

 

2

กวาดพื้น

5

 

3

เก็บขยะ

5

 

4

เช็ดพัดลม

5

 

5

รดน้ำต้นไม้

5

 

6

เช็ดโต๊ะ  5  ตัว

5

 

7

เช็ดกระจกอาคาร

5

 

8

ถูพื้น

5

 

9

จัดป้ายนิเทศรณรงค์ตามวาระ

5

 

10

กวาดหยากไย่

5

 

11

ทำความสะอาดอาคารเรียน,ทางเข้า.ศาลพระภูมิ,รดน้ำต้นไม้,วัด,ถนน(อย่างใดอย่างหนึ่ง)

10

 

12

ขัดห้องน้ำ / ขุดลอกคลอง

20

 

13

เข้าค่ายอบรม

50

 

 

หมวดที่ 8

แนวทางปฏิบัติการพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียน

 

                        ข้อที่ 30. แนวทางปฏิบัติในกรณีเมื่อมีนักเรียนกระทำผิด

                                    (1) ครูทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ในการว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่กระทำผิดได้ในทันทีที่พบว่านักเรียนกระทำผิด ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

                                    (2) กรณีที่ครูหรือบุคลากรพบนักเรียนกระทำผิดให้แจ้งต่อครูที่ปรึกษา ครูหัวหน้าระดับของนักเรียนที่ทำผิด หรือคณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียน เพื่อดำเนินการต่อไป

                                    (3) ให้ครูที่ปรึกษา และครูหัวหน้าระดับเป็นผู้ดำเนินการเบื้องต้นในการร่วมสอบสวนความผิด อบรมดูแลนักเรียนร่วมกับกลุ่มส่งเสริมกิจการนักเรียน โดยบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนดไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งผู้ปกครองนักเรียนทราบทุกครั้ง

                                    (4) การให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ครูที่ปรึกษาหรือครูหัวหน้าระดับ เป็นผู้มอบหมายให้ทำกิจกรรมและควบคุมดูแลร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียน

                                    (5) ในกรณีที่การกระทำความผิดของนักเรียนเป็นความผิดอันจะนำมาซึ่งความเสียหายหรืออาจเกิดอันตรายต่อตัวนักเรียนเอง ผู้อื่นและส่วนร่วมอย่างร้ายแรง หรือเกินกว่าอำนาจหน้าที่ของโรงเรียน เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกโรงเรียน หรือเป็นการกระทำความผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงให้คณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียนเสนอต่อผู้อำนวยการ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ชำนาญการเฉพาะ ในการดำเนินการตามสมควร ต่อไป

 

                        ข้อ 31. ให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียน เพื่อทำหน้าที่ในกลุ่มงานส่งเสริมกิจการนักเรียน พัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบนี้  โดยมีรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่กำกับดูแลกลุ่มส่งเสริมกิจการนักเรียน เป็นประธาน หัวหน้างานหรือผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการ และให้หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมกิจการนักเรียนทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

 

                        ข้อ 32. การแก้ไข ปรับปรุง ผ่อนผัน หรือยกเลิกระเบียบนี้  ให้คณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียนเสนอขอความคิดเห็นชอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงดำเนินการได้

                    ประกาศ ณ  วันที่ 14 พฤษภาคม 2558

 

                                ลงชื่อ   

                                              (นายณภัทร์   ใจเครือ)

                                     ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองคูวิทย

หนังสือราชการจาก สพฐ